แค่ในราวสี่ชั่วโมงจากกรุงเทพ…ผมได้เดินทางมาถึงเกาะบาหลี เกาะที่มีขนาดที่ไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเกาะชวาและหมู่เกาะฟลอเรส หมู่เกาะใหญ่ในจำนวนกว่า 16,000 เกาะที่รวมกันเป็นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบั

ยอดมะพร้าวที่แกว่งไกวรับกับสายลมเย็นสดชื่นริมหาดนูสาดัวที่เกาะบาหลีนั้นถือได้ว่าเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งในการเดินทางของผม

ที่บาหลีนั้นมีสนามบินนานาชาติที่ชื่อว่า งูราไรย์ (Ngurah Rai International Airport) ซึ่งเป็นชื่อของวีรบุรุษของชาติในประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งของอินโดนีเซีย การออกแบบตัวอาคารสนามบินงูราไรย์นั้นต้องบอกว่าคนละเรื่องกับการออกแบบสนามบินในเมืองไทยทีเดียวเพราะสนามบินทั่วๆ ไปนั้นมักจะเน้นความหรูหราสะดวกสบายและงานสถาปัตยกรรมที่ดูไปในแนว Modern Style เสียเป็นส่วนมาก ส่วนสนามบินที่นี่นั้นเขาออกแบบงานสถาปัตยกรรมให้กลมกลืนกับสภาพธรรมชาติของชาวเกาะบาหลีที่ประชากรส่วนใหญ่ของเกาะนับถือศาสนาฮินดู อีกทั้งยังคำนึงถึงสภาพแวดล้อมข้างเคียงอีกด้วย ดังนั้นสนามบินที่บาหลีนี้จึงเป็นเพียงอาคารสีแดงสูงประมาณ 3 ชั้นที่มีลักษณะเหมือนบ้านเป็นหลังขนาดใหญ่มากกว่าที่จะเป็นสนามบิน ซึ่งก็ดูเท่ห์ไปอีกแบบหนึ่งและถ้าเทียบกับบ้านเราแล้วก็น่าจะเป็นสนามบินบนเกาะสมุยอะไรประมาณนั้น…

ออกจากสนามบินแล้วเรามุ่งเดินทางสู่โรงแรม Grand Mirage Hotel ซึ่งตั้งอยู่ที่หาดนูสาดัว แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งบนเกาะ ซึ่งที่เกาะบาหลีนั้นมีชายหาดที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายแห่ง อาทิ หาดคูต้า (หาดนี้คนไทยจะรู้จักกันดีมากเพราะเป็นชายหาดเก่าแก่ที่สร้างชื่อให้กับบาหลีอีกทั้งยังเต็มไปด้วยย่านการค้าอีกมากมายหลายแห่ง…สำหรับที่พักในย่านนี้นั้นก็มีหลากหลายทั้งโรงแรมระดับห้าดาว อย่างเช่น Ramada ไปจนกระทั่งโรงแรมสี่ดาวและเกสเฮ้าส์หลากหลายประเภท) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นโรงแรมในระดับสี่ดาวและเกสเฮ้าส์เสียเป็นส่วนมาก

จากสนามบินมาถึงโรงแรมจะว่าไปแล้วก็เป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก เดินทางด้วยรถยนต์ก็จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่ด้วยที่การจราจรบนเกาะบาหลีนั้นยังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมากนัก ดังนั้นเราจึ่งใช้เวลาเดินทางมากกว่าเดิมคือประมาณสักครึ่งชั่วโมงได้

เมื่อถึงโรงแรมแล้วผมก็ได้แจ้งกับรีเซพชั่นว่าผมได้จองห้องมาในแบบ “All inclusive package” ซึ่งเป็นแพคเกจที่รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างไว้แล้วทั้งห้องพัก, กิจกรรมและการกินดื่มต่าง ๆ ในโรงแรมแบบไร้ขีดจำกัด (งวดนี้กะว่าจะมาถล่มให้เต็มคราบเลย) ทางเจ้าหน้าโรงแรมก็ดีใจหายพอทราบว่าผมใช้แพคเกจนี้ทางโรงแรมจะถือเสมือนว่าเป็น VIP จึงได้นำไปยังห้องรับรองพิเศษเพื่อทำการเช็คอินพร้อมด้วยผ้าเย็นและเครื่องดื่มต้อนรับ และหลังจากเช็คอินแล้วผมจะได้สายรัดข้อมือสีทองแบบมี Tag ติดข้อมือไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ย้ำว่าห้ามตัดออกเด็ดขาดในระหว่างที่พักอยู่ในโรงแรมเพราะสายรัดข้อมือนี้จะเป็นสัญลักษณ์ให้ส่วนบริการทุกส่วนของโรงแรมได้ทราบว่าแขกผู้ที่มีสายรัดข้อมือนี้สามารถที่จะใช้บริการจากทุกส่วนของโรงแรมได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารต่าง ๆ (รวมแล้วห้าแห่ง, ฟิตเนสเซ็นเตอร์, เกมส์รูม, อินเตอร์เนต, อุปกรณ์กีฬาทางน้ำทุกชนิด (ยกเว้นประเภทใช้มอเตอร์), กิจกรรมเวิร์คชอป ฯลฯ และเมื่อสิ้นสุดการพำนักหรือในวันเช็คเอาท์ทางโรงแรมก็จะเป็นผู้ตัดสายรัดออกเอง